บทความทั้งหมด

EP 1: ทำไมต้องทำลิงก์สั้น ? ความสำคัญที่มากกว่าแค่ตัดอักษรให้ดูสวย

ลิงก์ยาวเต็มไปด้วยรหัส % จนคนไม่กล้ากด แชร์แล้วรูป preview ไม่ขึ้น ยอดคลิกปนบอท มาดู 6 ปัญหาที่ลิงก์สั้นช่วยแก้ และสิ่งที่ลิงก์ย่อยุคนี้ควรทำได้มากกว่าแค่ย่อ

  • ผลงาน
  • รีวีว
EP 1: ทำไมต้องทำลิงก์สั้น ? ความสำคัญที่มากกว่าแค่ตัดอักษรให้ดูสวย

ลิงก์ย่อสำคัญยังไง? ทำไมคนทำ content ยุคนี้ถึงควรต้องทำและขาดไม่ได้

ทุกวันนี้ URL ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่บอก "ที่อยู่ของเว็บไซต์" เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มันคือประตูบานแรกของ User Experience (UX) ที่คนจะเห็นก่อนจะกด และเป็นจุดเริ่มต้นของข้อมูลทั้งหมดในแคมเปญ

พอการตลาดต้องวัดผลละเอียดขึ้น ลิงก์ที่เราใช้มี parameter ต่อท้ายลิงก์ยาว ๆ ทั้ง utm_source, utm_medium, utm_campaign และ Tracking ID ของอีกหลายแพลตฟอร์ม ลิงก์ธรรมดาเลยลากยาวไปถึง 3 ถึง 4 บรรทัด

หลายคนมองว่าการย่อลิงก์สั้นเป็นแค่การจัดข้อความให้ดูสะอาดตา และเผื่อไปทำ Artwork ทำ Poster ประชาสัมพันธ์จะได้ไม่ดูรก แต่สำหรับคนทำคอนเทนต์และการตลาดนั้น ลิงก์ย่อหรือลิงก์สั้นมีผลต่อความน่าเชื่อถือ อัตราการคลิก (CTR) และความแม่นยำของข้อมูลมากกว่าที่คิดที่จะนำไปใช้ในการทำรายงาน

เรื่องกวนใจที่อาจจะเคยเจอ

  1. ก๊อปลิงก์ภาษาไทยมาแปะ ทำไมกลายเป็นรหัสยาว ๆ เหมือนสแปม ?

    ลิงก์บทความภาษาไทยเดียวกัน บนเบราว์เซอร์อ่านออกเป็นภาษาไทย แต่เมื่อวางใน LINE กลายเป็นรหัส % ยาวหลายบรรทัด

    เว็บ browser จะแปลงอักษรไทยเป็น Percent-Encoding (เช่น %E0%B8%A3%E0%B8%B1...) ลิงก์บรรทัดเดียวจึงยาวเหยียด คนอ่านมักระแวงว่าเป็นลิงก์ Phishing หรือ Malware ดูแล้วเหมือนจะไม่ปลอดภัยจนไม่กล้ากด ยอดเข้าชมจึงตกฮวบ

  2. แค่อยากรู้ว่ามีคนกดลิงก์กี่คน ทำไมต้องรอ Google Analytics?
    บางทีเราเพิ่งโพสต์งานหรือส่งลิงก์ให้ลูกค้าใน chat แค่อยากรู้ว่ามีใครกดเข้าไปดูหรือยัง ถ้าต้องล็อกอิน Google Analytics 4 (GA4) เพื่อตั้ง Event หรือรอข้อมูลประมวลผลข้ามวัน ก็เหนื่อยเกินเหตุ สิ่งที่อยากได้คือหน้าเดียวที่เปิดแล้วเห็นยอดคลิกทันที

  3. จะแปะลิงก์ใน Bio หรือส่ง SMS แต่ตัวอักษรไม่พอ
    Bio ของ Instagram หรือ TikTok จำกัดจำนวนตัวอักษร ลิงก์ยาวลิงก์เดียวอาจจะกินที่ไปเกินครึ่ง แทบไม่เหลือที่ให้เขียนชวนคนกด SMS หนักไปกว่านั้นอีกคือ ข้อความภาษาไทยส่งได้ราว 70 ตัวอักษรต่อข้อความ ถ้าลิงก์ยาวเกินไปแม้แต่นิดเดียว ระบบจะแบ่งเป็นสองข้อความและคิดเงินเป็นสองเท่า

  4. แชร์ลิงก์ลง Social แล้วรูป Preview ไม่ขึ้น

    โพสต์ลิงก์ Google ฟอร์มบน Facebook สองแบบ แบบไม่มีภาพพรีวิวขึ้นเป็นกล่องเทาเรียบ ๆ ส่วนแบบมีภาพพรีวิวดูน่าสนใจและน่าคลิกกว่า

    ตัวอย่างที่เจอบ่อยคือลิงก์ Google Form รับสมัครงาน หรือไฟล์บน Cloud พอโพสต์ลงบน Facebook หรือส่งเข้า LINE กลับไม่มีรูปปก ได้แค่กล่องเทาว่าง ๆ หรือ icon ของระบบที่ไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาเลย คนส่วนใหญ่ตัดสินใจกดจากภาพ preview โพสต์ที่ไม่มีภาพก็มักถูกเลื่อนผ่านไป

  5. พิมพ์โบรชัวร์ไปแล้ว แต่หน้าปลายทางดันเปลี่ยน
    สถานการณ์ที่แย่ที่สุดคือพิมพ์ URL ตรงลงบนสไลด์ นามบัตร หรือสื่อสิ่งพิมพ์ไปแล้วเป็นร้อย เป็นพันชุด แล้ววันหนึ่งฝ่าย IT แจ้งว่าเปลี่ยนโครงสร้างเว็บใหม่ URL ลิงก์เดิมใช้ไม่ได้แล้ว ของที่พิมพ์ไปก็เสียเปล่าทั้งหมด เสียทั้งเงินทั้งเวลา ถ้าใช้ลิงก์ย่อตั้งแต่แรก เราก็จะแก้ปลายทางได้ทุกวัน ส่วนลิงก์ที่พิมพ์ออกไปแล้วก็ยังใช้ได้เหมือนเดิม

  6. ยอดคลิกขึ้นเป็นพัน แต่หน้าเว็บเงียบจัง ไร้คนทัก ใครคลิกกันแน่?
    ประเด็นนี้คนมักจะไม่ทันระวัง แชร์ลิงก์ลงกลุ่ม LINE หรือโพสต์ลง Social ปุ๊บ ยอดคลิกในระบบย่อลิงก์ก็ขึ้นเร็วจนนึกว่าแคมเปญที่ทำไว้ไปได้สวย แต่ที่ไหนได้ ยอดสั่งซื้อไม่ขยับ คนทักไม่มี เพราะคลิกจำนวนมากไม่ได้มาจากคน แต่อาจจะมาจากระบบ Crawler หรือพวกดักจับข้อความหน้าเว็บของแต่ละแพลตฟอร์มเข้ามาอ่านลิงก์

ลิงก์สั้นช่วยอะไรได้บ้าง?

ปัญหาที่ว่ามาแก้ไขได้ด้วยความสวยของลิงก์เพียงอย่างเดียวไม่ได้ ลิงก์สั้นที่ดีต้องช่วยเรื่องเหล่านี้ได้

ลิงก์ยาว

ลิงก์สั้น

เต็มไปด้วยรหัส % และพารามิเตอร์

อ่านออก ตั้งชื่อเองได้ เช่น /promo

คนไม่แน่ใจว่าจะพาไปไหน

พอเดาได้ว่ากดแล้วจะเจออะไร

เปลี่ยนปลายทางไม่ได้

เปลี่ยนปลายทางได้ตลอด

ต้องไปดูสถิติใน Google Analytics

ดูยอดคลิกได้ทันที

คนกล้ากดมากขึ้น

ลิงก์ที่สั้นและมีชื่อต่อท้ายที่อ่านแล้วเข้าใจได้ทันที (Custom Alias) อย่าง yourbrand.com/summer-sale เป็นการบอกคนอ่านล่วงหน้าว่ากดแล้วจะเจอกับอะไร ช่วยลดความลังเล และโอกาสที่จะกดก็เพิ่มมากขึ้น

คนพิมพ์ตามได้จริง

เวลาเห็นลิงก์บนสไลด์ บนป้าย หรือได้ยินใน Podcast ไม่มีใครพิมพ์ลิงก์ยาว ๆ สามบรรทัดตามได้ทัน ลิงก์สั้นที่ตั้งชื่อดี ๆ พิมพ์ตามได้ภายในไม่กี่วินาที (QR code ก็ช่วยได้ แต่ใช้กับเสียงพูดไม่ได้)

เห็นตัวเลขทันที

ระบบย่อลิงก์บอกได้เลยว่าคอนเทนต์ไหนและช่องทางไหนมีคนกดเยอะ เราสามารถปรับการ promote ได้ตั้งแต่วันแรก ไม่ต้องรอรายงานสิ้นเดือน

เปลี่ยนปลายทางได้เมื่อต้องการ

โบรชัวร์ที่พิมพ์ลิงก์สั้นและ QR code ไว้แล้ว ลิงก์เดิมยังใช้ได้ แต่สลับปลายทางจากหน้าแคมเปญเก่าที่จบแล้วไปหน้าแคมเปญใหม่ได้ทันที

ถ้าหน้าเว็บปลายทางล่ม หรือต้องย้ายไปหน้าโปรโมชันใหม่ เราสามารถสลับปลายทางได้ทันที ไม่ต้องตามลบโพสต์เก่าหรือสั่งพิมพ์สื่อใหม่ ลิงก์ย่ออย่าง shor10.co สามารถตั้งรูปและข้อความ preview ได้ ซึ่งแก้ปัญหาข้อ 4 (แชร์ลิงก์ลง Social แล้วรูป Preview ไม่ขึ้น) ไปด้วยในตัว

จุดที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงเกี่ยวกับยอดคลิกที่ไม่ใช่คนกดจริง

แชร์ลิงก์เพียงครั้งเดียว แต่บอทของ Facebook, X, LINE และ Slack เข้ามาเปิดลิงก์เพื่อทำพรีวิว สถิติจึงขึ้น 4 คลิกทั้งที่ยังไม่มีคนจริงกดสักคน

อ่านมาถึงตรงนี้ ก็พอรู้แล้วว่าลิงก์ย่อช่วยอะไร คำถามต่อมาคือตัวเลขในเครื่องมือที่ใช้อยู่นั้นเชื่อถือได้แค่ไหน?

ผู้ให้บริการลิงก์ย่อหลายเจ้าออกแบบมาตั้งแต่ยุคแรก ๆ ของอินเทอร์เน็ต มันทำแค่สองอย่าง คือแปลงลิงก์ยาวให้เป็นลิงก์สั้น แล้วนับทุก request ที่เข้ามา

ปัญหาอยู่ตรงที่ทุกครั้งที่เราแชร์ลิงก์ลง Facebook, X, LINE หรือ Slack แพลตฟอร์มเหล่านี้จะส่ง Bot มาเปิดลิงก์ทันที เพื่อดึงรูปและข้อความไปทำการ์ด preview ถ้าระบบย่อลิงก์แยก bot กับคนไม่ออก การเปิดครั้งนั้นก็จะถูกนับ 1 คลิกทันที ซึ่งไม่ควรถูกนับเพราะไม่ใช่คนจริง ๆ กด!

พอตัวเลขมีคลิกผีปะปนอยู่ ยอดที่เอาไปรายงานก็เชื่อถือไม่ได้ และ Conversion Rate ที่คำนวณออกมาก็ต่ำกว่าความเป็นจริง

ลิงก์ย่อควรทำได้มากกว่าการย่อ

ผมคิดว่าลิงก์ย่อทุกวันนี้ควรทำได้อย่างน้อย 2 อย่างคือ การกรอง Bot ออกจากยอดคลิก และตั้งวันหมดอายุให้ตรงกับอายุแคมเปญได้

ในตอนหน้าผมจะลองรีวิว shor10.co เว็บย่อลิงก์ที่ออกแบบมาแก้ปัญหาเหล่านี้โดยตรง