0. เริ่มต้น
ผมได้เข้ารับการฝึกศึกษาตามแนวทางการรับราชการของกำลังพลสำรอง (กสร.) เพื่อฝึกเลื่อนยศ-ฐานะ เป็นเวลา 30 วัน ห้วงการฝึกวันที่ 1 - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2565 เริ่มต้นผมได้เขียนใบสมัครไปตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนแต่การรับสมัครจะสามารถสมัครได้ตั้งแต่ช่วงสิงหาคม 2564 ถึงพฤษภาคม 2565 (แต่ละปีอาจจะเปิดรับสมัครคนละช่วงเวลา)
ฝึกเลื่อนยศ-ฐานะ คืออะไร ?
คำว่าฝึกเลื่อนยศ-ฐานะจะเป็นการฝึกแยกกันระหว่างการฝึกเลื่อนยศและการฝึกเลื่อนฐานะ ในการฝึกศึกษาตามแนวทางรับราชการของ กสร. จะมีด้วยกัน 4 หลักสูตร ประกอบด้วย
หลักสูตรผู้บังคับกองพัน (ผบ.พ.) เรียกสั้น ๆ ว่า ชั้นนายพัน (เพิ่งเริ่มเปิดเมื่อปี 67 หลังจากปิดหลักสูตรนี้มานาน)
หลักสูตรผู้บังคับกองร้อย (ผบ.กร.) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ชั้นนายร้อย
หลักสูตรผู้บังคับหมวด (ผบ.มว.)
หลักสูตรนายทหารชั้นประทวนเลื่อนฐานะเป็นนายทหารสัญญาบัตร เรียกสั้น ๆ ว่า ส. เป็น น.
ชื่อหลักสูตร | ยศปัจจุบัน | ยศหลังจบศึกษา |
|---|---|---|
ผบ.พัน | ว่าที่ร้อยเอก | ว่าที่พันตรี |
ผบ.ร้อย | ว่าที่ร้อยโท | ว่าที่ร้อยเอก |
ผบ.หมวด | ว่าที่ร้อยตรี | ว่าที่ร้อยโท |
ส. เป็น น. | จ่าสิบเอก และยศชั้นประทวนอื่น ๆ | ว่าที่ร้อยตรี |
1. ขั้นตอนการสมัคร
ท่านต้องทราบว่าตนเองสังกัดอยู่มลฑลทหารบก (มทบ.) ที่เท่าไหร่
ในสมัยก่อนจะเรียกว่า "จังหวัดทหารบก (จทบ.)" ต้องไปหาข้อมูลเพิ่มเติมว่า จบท. ที่อยู่นั้นปัจจุบันเป็น มทบ. ที่เท่าไหร่ ตัวอย่างของผมที่เขียนในคำสั่งแต่งตั้งยศทหารนักศึกษาวิชาทหารจะเป็น จทบ.น.ศ. (นครศรีธรรมราช) จะอยู่ในสังกัด มทบ. 41
เมื่อทราบสังกัดแล้ว ให้ไปติดต่อฝ่ายสรรพกำลัง มทบ. ที่สังกัด เพื่อสอบถามห้วงการเปิด-ปิดรับสมัคร และขั้นตอนการดำเนินการต่าง ๆ (แต่ละ มทบ. อาจจะมีความแตกต่างกันไป แต่โดยรวมการปฏิบัติจะคล้าย ๆ กัน)
ใบสมัครของผมที่ได้รับจะมีด้วยกัน 3 แผ่นจะประกอบไปด้วย เอกสารใบสมัคร, เอกสาร checklist หลักฐานที่ต้องใช้, และเอกสารแบบวัดร่างกาย
2. จัดเตรียมเอกสารที่ต้องใช้
สำเนาใบแต่งตั้งยศครั้งล่าสุด จำนวน 2 ฉบับ
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 2 ฉบับ
สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน 2 ฉบับ
ใบรับรองแพทย์ด้านจิตเวช (รับเฉพาะโรงพยาบาลรัฐเท่านั้น) ฉบับจริง 1 ฉบับ แนะนำให้สำเนาเก็บไว้ด้วยนะ
รูปถ่าย 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป (ไม่จำเป็นต้องใช้รูปในเครื่องแบบทหาร)
หนังสือยินยอมจากหน่วยงาน จำนวน 2 ฉบับ (สำหรับผู้ที่ทำงานภาครัฐหรือรับราชการสำคัญมาก)
สำเนา สด.8 จำนวน 2 ฉบับ (เผื่อไว้)
สำเนาคุณวุฒิการศึกษา จำนวน 2 ฉบับ (เผื่อไว้) ของหลักสูตร ส. เป็น น. (จำเป็น)
ใบสมัครที่ได้รับจากฝ่ายสรรพกำลัง จำนวน 3 ฉบับตามที่ได้รับ กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
ใบรับรองแพทย์ด้านจิตเวชของผมเองจะใช้เป็นของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แนะนำว่าให้ดำเนินการก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 2 - 3 เดือนก่อนปิดรับสมัคร แต่มีเพื่อนร่วมรุ่นผมใช้ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ (โรงพยาบาลนี้มีจิตแพทย์) ก็สามารถใช้ได้
3. กระบวนการคัดเลือกผู้สมัคร
ทาง มทบ. ที่สังกัดจะเป็นผู้ที่คัดกรองคุณสมบัตคร่าว ๆ เท่านั้น เพื่อส่งให้กับหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน (นรด.) เป็นผู้คัดเลือก โดยตรวจสอบคุณสมบัติต่าง ๆ เช่น เกณฑ์อายุ การครองยศเดิม เป็นต้น ซึ่งแต่ละปีอาจจะมีวิธีการคัดเลือกที่แตกต่างกัน อาจจะมีการทดสอบร่างกาย สอบสัมภาษณ์ ทำแบบทดสอบจิตเวช เป็นต้น
4. การเตรียมตัว
ทุกหลักสูตรจะใช้ระยะเวลา 30 วันในการฝึก ซึ่งส่วนใหญ่จะทำงานประจำกันอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ต้องเตรียมความพร้อมเป็นอันดับแรกคือ ภาระเรื่องงาน เรื่องเรียน และเรื่องครอบครัว ว่าเราสามารถบริหารจัดการตลอดระยะเวลาการฝึกได้หรือไม่ เนื่องจากตลอดระยะการฝึกจะอยู่ในค่ายตลอดระยะเวลา 30 วันโดยไม่ได้ออกไปไหน หากมั่นใจว่าไม่สามารถทำได้ ก็ขอให้ปฏิเสธการฝึกนี้ไปตั้งแต่ต้น อันดับต่อมาคือเรื่องสุขภาพร่างกาย ถ้าไม่พร้อมก็ไม่ควรมาฝึกเช่นเดียวกัน จะทำให้เอาเปรียบเพื่อนร่วมรุ่นและเป็นอาจจะเป็นภาระต่อคนอื่น (เลื่อนยศพร้อมเพื่อน แต่ฝึกน้อยกว่าเพื่อน ท่านภูมิใจเหรอ?) ส่วนเรื่องการเงินจะกล่าวต่อไป
5.1 สิ่งของจำเป็นเอาอะไรไปบ้าง ?
อุปกรณ์อาบน้ำ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ยาสระผม (ทบ. มีแจกมาให้ด้วยบางอย่าง)
มีโกนหนวด
ชุดอาบน้ำหรือกางเกงอาบน้ำ เลือกแบบผ้าแห้งไวได้จะดีมาก ถ้าไม่มีใช้ผ้าขาวม้าที่ ทบ. แจก)
ผงซักฟอก น้ำยาปรับผ้านุ่ม เลือกแบบที่ตากในร่มได้จะดีมาก เพราะที่ค่ายธนะรัชต์เอาแน่เอานอนกับสภาพอากาศไม่ได้เลย
กะละมังซักผ้า ไม้แขวนผ้า ที่หนีบผ้า ถ้าไม่มีค่อยมาซื้อที่นี่ได้ แจ้งครูปกครอง
อุปกรณ์ขัดรองเท้า
ชุดนอน หรือจะใส่ชุดซับในกับกางเกงกีฬาที่ ทบ.แจกก็ได้
กางเกงใน เอามาอย่างน้อย 3 ตัว แนะนำ 7 ตัว
ชุดกุญแจสำหรับล็อคตู้ล็อคเกอร์ ถ้าไม่มีของมีมูลค่าสูง ก็ไม่ต้องใช้
ซิ่งผ้า + สายรัดท็อป ถ้ามีด้วยก็จะแต่งกายได้เป๊ะขึ้นนิดหน่อย
กระดาษทิชชูเช็ดเหน้า กระดาษทิชชูเปียก และ cotton bud
ยาสามัญประจำบ้าน ถ้ามีโรคประจำตัวก็ต้องเอามาด้วย
ปลั๊กพ่วง ถ้าต้องทำงานหรือมีหน้าที่ช่วยงานกิจกรรมรุ่นก็ควรเอามาด้วย
ที่อุดหูกันเสียง อันนี้สำคัญตอนยิงปืน
5.2 สิ่งของที่กองทัพแจกมีอะไรบ้าง
เครื่องแบบชุดฝึก 2 ชุด (วันแรกจะยังไม่ได้ติดเครื่องหมายมาให้ ในสัปดาห์แรกครูปกครองจะดำเนินการให้)
หมวกเบเร่ต์พร้อมตราหน้าหมวก 1 ใบ
เสื้อซับในคอวี 2 ตัว
กางเกงกีฬาขาสั้น 2 ตัว
ถุงเท้าสีดำและสีขาว อย่างละ 2 คู่
รองเท้าผ้าใบ 1 คู่
รองเท้าเดินป่า 1 คู่ (จะเอาของไปเองก็ได้ จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องไซซ์ เพราะครูปกครองจะหาไซซ์ที่ใส่ได้มาให้ แต่ในรุ่นของผมมีเพื่อนร่วมรุ่นที่ตัวใหญ่หน่อย ได้วันสุดท้ายของการฝึก 🤣 ส่วนผมเองเอาของส่วนตัวมาเองเป็น combat)
รองเท้าแตะ 1 คู่ เป็น free size
เข็มขัดพร้อมหัวเข็มขัด 1 เส้น
อุปกรณ์อาบน้ำ ขันตักน้ำ, สบู่ + กล่องใส่สบู่, แปรงสีฟัน, ยาสีฟัน, ผ้าขาวม้า อย่างละ 1 ชิ้น
อุปกรณ์ของใช้ต่าง ๆ นอกเหนือจากนี้ไม่ต้องเตรียมไปก็ได้ เพราะสามารถจัดหาจัดซื้อหน้างานได้
6. การเดินทาง
การเดินทางสามารถเดินทางมาได้หลายวิธีเลือกเอาตามที่สะดวกได้ดังนี้
ขนส่งสาธารณะ เช่น รถตู้ รถทัวร์ รถไฟ (สถานีวังก์พง) ศึกษาเส้นทางมาก่อนว่าผ่านหน้าค่ายธนะรัชต์หรือไม่ เมื่อมาถึงเพียงแค่หน้าค่าย ให้สอบถามทหารเวรเกี่ยวกับวิธีการเดินทางและตำแหน่งที่ไปรายงานตัว
รถส่วนตัว สามารถนำมาจอดที่ค่ายได้ แถว ๆ โรงนอนทหาร สามารถนำมาจอดได้ชั่วคราวก่อนได้แถวอาคารที่รายงานตัว
7. เอกสารที่ใช้ประกอบวันรายงานตัว
สมุดประจำตัวทหารกองหนุน ประเภท 1 (เล่มสีเขียว ที่มี สด.8) ใครไม่มีให้ไปดำเนินการทำใหม่กับสัสดีอำเภอให้เรียบร้อย ส่วนผู้หญิงจะไม่มีสมุดนี้
คำสั่งเรียกพล ฉบับจริง สำคัญมาก แนะนำให้สำเนาเผื่อไปด้วย
เอกสารอื่น ๆ ตามข้อที่ 2 จัดเตรียมเผื่อไว้
8. ค่าใช้จ่ายตลอดการฝึก 30 วัน
ในช่วงการฝึกจะมีค่าใช้จ่ายส่วนกลางในรุ่น โดยในรุ่นของผมเองจะเก็บเงินอยู่ที่คนละ 1,500 บาท และมีเก็บเพิ่มเติมอีก 237 บาทในช่วงสัปดาห์ท้าย ๆ ของการฝึก โดยรวมแล้วให้เตรียมค่าใช้จ่ายสำหรับส่วนกลางไว้ประมาณ 2,000 บาท ค่าใช้จ่ายส่วนกลางคือ ค่าใช้จ่ายที่ทุกคนนรุ่นต้องจ่ายซึ่งจะประกอบไปด้วย ค่าเสื้อรุ่น ค่ารูปติดบัตร ค่าจัดเลี้ยงโต๊ะจีน ฯลฯ และจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ เช่น ค่าแหวนรุ่น (ไม่บังคับ) ค่าเสื้อรุ่นต้องการมากกว่า 1 ตัว สรุปเตรียมค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ 8,000 บาท
แต่ละรุ่นอาจจะมีการดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน
9. ฝึกวิชาทหารอะไรบ้าง
9.1 สัปดาห์ที่ 1
ช่วงสัปดาห์แรกจะเป็นไปด้วยเรื่องของธุรการเป็นหลัก และการฝึกทบทวนการฝึกบุคคลท่ามือเปล่า ฝึกแถวชิด จะเป็นช่วงของการปรับตัวให้อยู่ในระเบียบวินัยทหาร
9.2 สัปดาห์ที่ 2 - 3
ช่วงสัปดาห์นี้จะเป็นการเรียนวิชาแยกตามเหล่า ราบ ม้า ปืน เป็นต้น ซึ่งจะอยู่ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน และมีศึกษาดูงานนอกสถานที่ในสัปดาห์ที่ 3
9.3 สัปดหา์ที่ 4
สัปดาห์นี้จะเป็นช่วงเตรียมตัวฝึกภาคสนาม 3 วัน 2 คืน หลังจากฝึกภาคสนามเสร็จจะมีการแข่งขันกีฬาระหว่างครูและนักเรียน ส่วนวันสุดท้ายจะเป็นพิธีมอบประกาศเกียรติคุณและปิดการศึกษา
สรุป
สุดท้ายนี้หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับ กสร. อย่างพวกเราที่ต้องฝึกเลื่อนยศ-ฐานะ ที่เป็นสิทธิ์และโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิต และเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดี อย่างมุ่งหวังการฝึกเพื่อเอาเพียงแค่ยศนำหน้าชื่อเท่ ๆ หรือใช้ในการโอ้อวด ไร้ประโยชน์ ขอให้การฝึกในครั้งนี้เป็นประสบการณ์ชีวิตและเป็นการเตรียมความพร้อมตามระเบียบกระทรวงกลาโหมและที่สำคัญอีกหนึ่งสิ่งคือการได้มิตรภาพดี ๆ กลับไป
เหตุผลการเขียนบทความนี้ เนื่องจากผมเองประสบกับปัญหาในการหาข้อมูลที่ค่อนข้างยาก และกระจัดกระจาย ดังนั้นผมจึงใช้ประสบการณ์โดยตรงมาบอกต่อเพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป หากข้อมูลมีความผิดพลาดประการใด สามารถแจ้งกับผมได้เลย จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง
คำเตือน
การติดเครื่องหมายในเครื่องแบบต่าง ๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนจะติด ไม่ควรติดเครื่องหมายกิติมศักดิ์หรือเครื่องหมายใด ๆ ที่ไม่ได้ผ่านการฝึกมาหรือไม่ได้มีใบรับรอง อาจจะนำมาซึ่งผิดกฎหมายได้ และยังทำให้ภาพลักษณ์ของ กสร. อย่างเรา ๆ ดูไม่ดีไปด้วย